การวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล
การ วางแผนทางการเงินส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับบุคคลทั่วไป เพราะสามารถช่วยให้การจัดการทางการเงินของแต่ละบุคคลเป็นไปตามขั้นตอนที่ กำหนด และสามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากที่คาดการณ์ไว้บ้างก็ตาม
ปัจจัยพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล ประกอบไปด้วยปัจจัย ที่สำคัญ 3 ประการ คือ
1. ผู้มีส่วนร่วมในการวางแผน ส่วนใหญ่หัวหน้าครอบครัวจะร่วมกับภรรยาและบุตรที่เป็นผู้ใหญ่พอที่จะสามารถ ร่วมรับผิดชอบได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความผูกพัน และสามารถรับความเสี่ยงต่อการตัดสินใจในสิ่งที่ได้มีการวางแผนไว้
2. รายได้ส่วนบุคคลสุทธิรวม คือ จำนวนเงินรายได้ภายหลังการหักภาษีที่สมาชิกภายในครอบครัวมอบให้แก่ครอบครัว
3. การวิเคราะห์บันทึกทางการเงิน มีประโยชน์ 2 ประการ คือ
- สามารถจัดประเภทค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ออกไว้ต่างหากจากค่าใช้จ่ายประเภทอื่น เพื่อให้การประมาณการรายจ่ายประเภทนี้ในปีต่อไปได้ชัดเจนขึ้น
- สามารถประมาณการรายจ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยให้เราวางแผนทางการเงินในอนาคตได้เป็นอย่างดี
วัตถุประสงค์ทางการเงิน มี 3 ประการ คือ
1. รายจ่ายประจำที่ต้องจ่ายอย่างสม่ำเสมอ คือ รายจ่ายที่เกิดขึ้นทุกเดือนสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถประมาณการได้จากรายจ่ายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต
2. เงินออมในระยะสั้น คือ เงินที่กำหนดเตรียมไว้เพื่อวัตถุประสงค์บางประการ ภายในระยะเวลาไม่นานนักในอนาคต เช่น 2 หรือ 3 ปีข้างหน้า
3. เงินออมในระยะยาว คือ เงินที่เตรียมไว้เพื่อการใช้จ่ายในระยะเวลานานอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป ได้แก่
3.1 เงินทุนเพื่อโครงการภายหลังการเกษียณอายุ ควรมีการเพิ่มจำนวนเงินให้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปัจจุบัน เพื่อรองรับภาวะเงินเฟ้อในอนาคตด้วย
3.2 เงินทุนเพื่อการศึกษาของบุตร จำนวนเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแผนการศึกษาที่ผู้ปกครองได้วางไว้ให้แก่บุตรของตน
3.3 เงินลงทุนซื้อหุ้น พันธบัตร ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้ เป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมจากการสะสมรายได้ในอดีต เพื่อลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในอนาคต
การวางระบบการจัดทำงบประมาณส่วนบุคคล จะต้องมีระบบการเก็บเอกสารหลักฐานทางการเงินที่สำคัญไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งได้แก่
1. งบรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล เป็นรายงานที่แสดงถึงที่มาของรายได้ และที่ไปของรายจ่ายของครอบครัว ควรมีการจัดทำงบรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลนี้เป็นรายเดือน เพื่อช่วยลดปัญหาสภาพคล่อง หากมีรายจ่ายฉุกเฉินและจำเป็นจะต้องจ่ายทันที โดยทำการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือรายจ่ายที่สามารถเลื่อนระยะเวลาในการใช้จ่ายออกไปก่อนได้
2. งบดุลส่วนบุคคล ช่วยให้สามารถประเมินฐานะของครอบครัว อีกทั้งยังสามารถประมาณโครงการที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย งบดุลส่วนบุคคล ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วน คือ รายการทรัพย์สิน, รายการภาระหนี้สินต่าง ๆ และ มูลค่าสุทธิ (ส่วนต่างระหว่างทรัพย์สินและหนี้สิน)
3. บันทึกรายการทรัพย์สินส่วนบุคคล หมายถึง รายการทรัพย์สินมีค่า เช่นเครื่องประดับ และเครื่องใช้ภายในบ้านทุกชนิด บันทึกรายการทรัพย์สินส่วนบุคคลนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตัวอย่างเช่น
- กรณีทำประกันภัยไว้ สามารถเป็นหลักฐานในการพิสูจน์การครอบครองทรัพย์สิน หากเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินเหล่านั้นขึ้น เช่นการถูกโจรกรรม หรือการเกิดเพลิงไหม้
- กรณีไม่ได้ทำประกันภัยไว้ หากทรัพย์สินนั้นถูกขโมยไป และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์นั้นคืนมาได้ ก็สามารถจะแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของได้
4. บันทึกรายการเสียภาษี มีประโยชน์อย่างมาก ดังนี้
- ช่วยให้ทราบถึงกำหนดของการชำระภาษี
- ช่วยให้ทราบว่ารายได้ประเภทใดบ้างที่จะต้องชำระภาษี
- มีความสะดวกในการชำระภาษีครั้งต่อไป
- สามารถคำนวณภาษีได้ถูกต้องและครบถ้วน อีกทั้งสามารถเรียกคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้
5. บันทึกรายการหลักฐานการมีกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดิน ได้แก่
5.1 โฉนดที่ดิน เป็นหลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ในโฉนด
5.2 พิมพ์เขียวแบบบ้าน หากในอนาคตมีแผนการในจะปรับปรุงโครงสร้างหรือซ่อมแซมตัวบ้านเพิ่มเติม จะสามารถช่วยให้สถาปนิกและผู้รับเหมาดำเนินการได้เร็วขึ้น
5.3 บันทึกรายจ่ายในการต่อเติมหรือปรับปรุงอาคารบ้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้ทราบถึงมูลค่าของราคาบ้านทั้งหมด หากอนาคตตัดสินใจจะขายบ้าน จะทำให้สามารถตั้งราคาขายได้ถูกต้องตามหลักฐานที่มีอยู่
6. บันทึกหลักฐานในการประกันภัย หากทรัพย์สินที่มีการซื้อกรมธรรม์ประกันภัยไว้ ได้รับความเสียหาย ท่านหรือผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์จะสามารถนำหลักฐานไปอ้างสิทธิในการรับ สินไหมทดแทนได้ ภายในกำหนดเวลาที่บริษัทรับประกันระบุไว้ตามเงื่อนไขในสัญญา
7. บันทึกหลักฐานในการลงทุน หากมีการลงทุนซื้อหลักทรัพย์ใด ๆ การบันทึกรายการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เนื่องจาก
- ทำให้ทราบว่ารายการลงทุนใดที่จะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเท่าใด และการลงทุนประเภทใดไม่ต้องเสียภาษีและท่านจะสามารถเครดิตขอคืนภาษีได้เป็น จำนวนเงินเท่าใด
- สามารถคำนวณรายได้เงินปันผลและดอกเบี้ยได้อย่างถูกต้อง
- สามารถวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงในการลงทุน
8. บันทึกรายการหลักฐานสำคัญส่วนบุคคลอื่น ๆ นอกเหนือจาก 7 ประเภทข้างต้น เช่น เอกสารใบทะเบียนบ้าน, เอกสารการเปลี่ยนชื่อ คำนำหน้าชื่อ นามสกุล ยศ ตำแหน่ง, ใบสูติบัตรของสมาชิกในบ้านทุกคน, ใบรับรองการรับบุตรบุญธรรม, ใบทะเบียนสมรส, พินัยกรรม หรือจดหมายคำสั่งเสียแทนพินัยกรรม โดยในแต่ละครอบครัวอาจมีเอกสารสำคัญแตกต่างกันไปตามนโยบายการดำรงชีวิตที่ ต่างกันของหัวหน้าครอบครัว และสมาชิกภายในบ้าน



