การยอมรับการเปลี่ยนแปลง- ทักษะผู้นำที่จำเป็น


คอลัมน์ HR on Strategy

โดย ดร.ธีธัช สุขสะอาด โดยศูนย์พัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ www.sbdc.co.th

เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสได้ไปฟังสัมมนาเรื่อง What Got You Here Wouldn"t Get You There ! หรืออยากจะแปลเป็นภาษาไทยว่า "อะไรที่ทำให้คุณมาอยู่ตรงนี้ อาจจะไม่สามารถพาคุณไปอยู่ในที่ที่คุณต้องการได้" โดยกูรูด้านการพัฒนาภาวะผู้นำของโลก ดร.มาร์แชล โกลด์สมิธ ผู้ได้รับการยกย่องอย่างมากมายในศาสตร์แขนงนี้ ซึ่งจัดโดยศูนย์พัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจแล้วรู้สึกประทับใจมาก เลยอยากจะถือโอกาสนี้มาขยายความต่อให้ ท่านผู้อ่านได้เกร็ดความรู้จากงานนี้ด้วยกัน ด้วยมุมมองในการพัฒนาคน พัฒนาตนเอง ที่น่าสนใจทีเดียว

ดร.โกลด์สมิธเล่าให้เราฟังว่า ปัญหาอย่างหนึ่งที่สำคัญของผู้นำคือ การยึดติดกับ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอดีต และเกิดอาการ "หลงตัวเอง" อย่างรุนแรง จนทำให้กลาย เป็นคนหัวแข็ง ลุ่มหลงในอำนาจ ไม่ฟัง ความคิดเห็น คนอื่น และไม่ยอมรับการ เปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ไม่ได้มาจากความคิดของตนเอง

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายที่กำลังบอกว่า เขาผู้นั้นกำลังจะถึงจุดจบที่สร้างด้วยตัวของเขาเองเข้ามาทุกที

ดร.โกลด์สมิธศึกษาพบว่า การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้ของตัวผู้นำ จะมีผลอย่างมากต่อการทำงานในองค์กรหรือกลุ่ม เพราะหากว่าคนรอบข้างของเขาจะเห็นถึงสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น และจะส่งผลให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในที่สุด

ดังนั้นผู้นำจึงควรที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ด้วยการเปิดใจให้กว้าง ปล่อยวาง และรับฟังความคิดเห็นจากคนที่อยู่รอบข้างในทุกระดับชั้น และที่สำคัญต้องทำ เสียตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาใดๆ ทั้งสิ้น

มีเรื่องเล่าอันหนึ่งที่ว่า มีนักบริหารรุ่นลูกรายหนึ่งที่บังเอิญต้องมาแบกรับหน้าที่ในการบริหารธุรกิจ ต่อจากคุณพ่อโดยที่เขายัง ไม่ได้ตั้งตัว ซึ่งเขาก็พยายามอย่างมากเหลือเกินในการบริหารงานให้ก้าวหน้าต่อไปตามแนวทาง ที่เขามองเห็นในอดีตอย่างเคร่งครัด แต่มันไม่ได้ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้เลย เพราะสิ่งที่เขาทำอยู่คือ "การเลียนแบบ" โดยปราศจาก "การเรียนรู้"

ดังนั้นเมื่อสภาพแวดล้อมต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปหมด ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย สภาวะการเมืองที่ผันผวนเดาทางได้ยาก แม้กระทั่งความเชื่อถือในตัวผู้บริหารจากผู้ที่อยู่รอบตัว จึงทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับคุณพ่อของเขาใน อดีต

ผู้นำที่ดีจึงต้องรู้จักที่จะเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับทุกปัจจัยที่เกิดขึ้น และนำมาวิเคราะห์พิจารณาว่ามันจะส่งผลกระทบอะไรต่อธุรกิจหรือสิ่งที่เราทำ อยู่ได้บ้าง และนำผลของการวิเคราะห์มาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ต่างๆ ต่อไป

เช่นเดียวกัน หากคุณเคยตั้งปณิธานว่า จะเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่จนแล้วจนรอด ก็ยัง ทำไม่สำเร็จซักที เช่น บอกอยากจะลด ความอ้วน แต่ไม่ยอมออกกำลังกาย ไม่ยอมควบคุมการรับประทานอาหาร หรือชอบอ้างว่าไม่มีเวลา โอกาสของความ สำเร็จของคุณคงใกล้จะเป็นศูนย์ เพราะการคิดว่าจะลงมือทำอะไรเป็นเรื่องไม่ยาก แต่การปฏิบัติตามสิ่งที่เราคิดนั้น ยากลำบากกว่า

ดังนั้นเราต้องอาศัยการควบคุมตนเองให้ทำตามสิ่งที่เราตั้งใจ หรือวางแผนไว้ เหมือนที่ ดร.โกลด์สมิธกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงตนเองไปในเรื่องใดก็ตาม จะต้องปรับปรุงวิธีการให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และต้องลงมือปฏิบัติทันที เพราะ "อะไรที่ทำให้คุณมาอยู่ตรงนี้ อาจจะไม่สามารถพาคุณไปอยู่ในที่ที่คุณต้องการได้"

สุดท้ายอยากจะบอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง และเป็นผู้นำขององค์กรต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับในโลกนี้

แม้ทุกคนอาจจะไม่ใช่ "คนเก่ง" แต่ต้องเป็น "คนดี" เพราะ "คนเก่ง" มักจะมี "อัตตา" และไม่ยอมปรับตัวเข้าหาโลก

ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ไม่ยอมรับการพัฒนา...ความรู้ และสิ่งใหม่ๆ ....

จึงทำให้ "ปกครองคนไม่ได้" และความเก่งนั้น...อาจใช้เวลาซัก 2-3 ปี ก็สอนให้เก่งตามทันกันได้ แต่คนดีต้องใช้เวลา "ชั่วชีวิต" สอนกัน

Thank you...Dr.Marshall Goldsmith




View My Stats