ทิศทางสู่เป้าหมาย (not thing but way)


ทิศทางสู่เป้าหมาย (not thing but way)
โดย สมบุญ บุญญาวนิชย์

สาระสำคัญของชีวิตอยู่ที่การตั้งใจกระทำความดีให้ถูกเวลาสมกับตำแหน่งที่ครอง ถ้าเราเปรียบตำแหน่งเป็น “สินทรัพย์” การวางแผนนำสินทรัพย์มาบริหารการลงทุนด้วยความตั้งใจลงแรงกระทำความดีให้ผู้อื่น จะเป็นการเพิ่มค่าให้สินทรัพย์มีค่ามากขึ้น และถ้าทำซ้ำไปซ้ำมาจะเป็นพฤติกรรมทำให้ชีวิตมีสาระสำคัญค่ามาก ขอยกตัวอย่างตำแหน่งที่ครองในชีวิตอาทิ ในครอบครัวมีตำแหน่งสามี ภรรยา พ่อ แม่ ลูก พี่ น้องฯ ในองค์การมีตำแหน่งกรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ผู้จัดการฝ่าย หัวหน้าแผนก และพนักงานฯ ใครจะมีตำแหน่งอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่การใช้ตำแหน่งทำความดีให้ชีวิตมีค่าสินทรัพย์เพิ่มอย่างไร “ค่าของทรัพย์สินมิใช่จำนวนตำแหน่งที่มี แต่อยู่ที่การใช้ตำแหน่งกระทำความดีให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ และตนเองไม่เดือดร้อน” คงมีหลายครั้งที่เราใช้ตำแหน่งออกแรงเป็นการกระทำไปแล้ว แต่กลับทำให้สินทรัพย์ของชีวิตมีค่าลดลง ดังนั้นเมื่อมีตำแหน่งจงตั้งใจใช้สติปัญญาหาโอกาสลงแรงเพิ่มค่าของชีวิตให้สาระในการทำความดีให้ถูกเวลาสมกับตำแหน่งที่ครอง จงอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เพราะโอกาสเป็นเหมือนดังสายน้ำที่ไหลไปแล้ว จะไม่มีวันไหลกลับมา

ดังนั้นการกระทำที่เป็นสาระเพื่อยังประโยชน์ของผู้อื่นให้ตรงกับเวลาจึงมีค่ามาก และการออกแรงด้วยความตั้งใจทำดีอย่างสม่ำเสมอจนเป็นพฤติกรรม จะเป็นการลงทุนเพิ่มคุณค่าของสินทรัพย์ที่มีสาระสำคัญที่สุด ในความเป็นจริงชีวิตของเราจะมีสินทรัพย์ที่ต้องบริหารอยู่หลายกองไม่ว่าที่บ้าน ที่ทำงาน และสังคมโลก ใครที่มีสินทรัพย์นับกองได้มากถือว่าเป็นผู้โชคดี ที่จะได้มีโอกาสพัฒนาความคิดจิตใจเพิ่มความรู้สร้างปัญญาของตนเอง

ทุกตำแหน่งมาพร้อมกับหน้าที่ จึงควรปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นสาระเพื่อยังประโยชน์ให้กับผู้อื่นจนเป็นพฤติกรรม อาทิ หน้าที่ของภรรยา หน้าที่ของสามี หน้าที่ของพ่อ-แม่ หน้าที่ของลูก หน้าที่ของนิสิต หน้าที่ขององค์การต่อพนักงาน ต่อลูกค้า ต่อสังคม หน้าที่ของพนักงานต่อองค์การ ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อลูกค้า และหน้าที่ของประชาชน ฯลฯ

หน้าที่ขององค์การอยู่ที่การแสดงบทบาทของผู้บริหารในการทำงาน ด้วยการกำหนดทิศทาง(direction) และทำตนเป็นแบบอย่างให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับประโยชน์ บทบาทความแตกต่างระหว่าง กรรมการ (director) และกรรมการบริหาร (executive director) ต่างกันอย่างไร กรรมการ เป็นผู้ทำหน้าที่ทั้งให้คำแนะนำ และให้ความเห็นชอบในการตั้งเป้าหมาย (goal) และกำหนดนโยบาย (policy) หรือทิศทางการดำเนินงานไปสู่เป้าหมาย มอบให้กรรมการบริหารนำไปสร้างกระบวนการทำงาน ให้พนักงานแต่ละตำแหน่งงานมีขั้นตอนการปฏิบัติพันธกิจที่ได้มอบหมาย ที่สามารถต่อยอดความร่วมมือเสริมงานซึ่งกันและกัน เป็นกระบวนการที่ทำไปแล้วสามารถตรวจสอบกลับมาได้

ผู้บริหารเป็นผู้สร้างกระบวนการทำงานที่ไปกำหนดพฤติกรรมของคนในการทำพันธกิจขององค์การให้บรรลุเป้าหมายภายใต้นโยบาย โดยจัดให้ทุกคนมีความเข้าใจในขั้นตอนของกระบวนกการทำงานที่ถูกต้องตรงกัน และการสร้างแรงจูงใจตามระดับความเสี่ยงของกิจการ กระตุ้นให้คนใช้ความสามารถเติมสติกำลัง ในการทำงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อความสำเร็จทั้งคน และองค์การ

กรรมการบริหาร จึงมีบทบาทในการทำความชัดเจนในเนื้อหาสาระ (scope) ของเป้าหมาย ซึ่งจะมีผลต่อการออกแบบกระบวนการดำเนินงาน ให้พนักงานมีพฤติกรรมในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์การจึงจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน เพราะพนักงานเป็นทรัพยากรขั้นต้นที่ใช้ทรัพยากรอื่น ๆ ขององค์การอันประกอบด้วยทรัพยากรจับต้องได้ที่เป็นทุน (cost) อาทิ วัตถุสิ่งของ เทคโนโลยี งบประมาณฯ และทรัพยากรที่เป็นภูมิปัญญาถ้าจะสัมผัสได้ที่ต้องอาศัยเวลา (time) อาทิ ความรู้สึก ประสบการณ์ ความรู้ฯ ให้พันธกิจขององค์การดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้นโยบายด้วยกลยุทธ์ต่างๆ

รูปที่ 3. องค์ประกอบที่เป็นปัจจัยในการสร้างกระบวนการคือ
1.    เนื้อหาสาระของเป้าหมาย (scope)
2.    ปัจจัยจับต้องได้ที่เป็นทุน (cost)
3.    ทรัพยากรที่เป็นภูมิปัญญาถ้าจะสัมผัสได้ที่ต้องอาศัยเวลา (time)

โปรดติดตามอ่านต่อฉบับหน้า




View My Stats