โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่


MMP จุฬาฯ...โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่

แหล่งรวมองค์ความรู้ร่วมสมัยเพื่อนักบริหาร

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันการศึกษาทีมีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมาช้านาน และได้สืบสานภารกิจในการผลิตบัณฑิตคุณภาพที่มีความรู้ในศาสตร์ด้านการพาณิชย์ และสร้างสรรค์ผลงานวิชาการและงานวิจัยที่ได้มาตรฐานออกมาเพื่อประโยชน์ของสังคมและการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นอกจากการเรียนการสอนตามระบบการศึกษาปกติแล้ว ที่ผ่านมา ทางคณะยังได้ขยายบทบาทไปสู่การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ด้วยการเปิดการอบรมให้แก่ผู้ที่มีอยู่ในแวดวงสาขาอาชีพต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ (Modern Managers Program : MMP) นับเป็นโครงการบริหารทางวิชาการโครงการหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ตั้งแต่มีการเปิดอบรมหลักสูตรเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ ปรากฏว่า โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากบุคคลในแวดวงอาชีพต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน นับเนื่องมาจนถึงวันที่โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ได้ดำเนินการมาจนมีอายุครบ 20 ปี มีผู้ผ่านการศึกษาอบรมไปแล้ว 55 รุ่น รวมทั้งสิ้นมากกว่า 3,500 คน ปัจจุบันบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่มีตำแหน่งและบทบาทสำคัญในองค์กรและธุรกิจสาขาต่าง ๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ธุรกิจ สังคม และประเทศชาติ

โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ หรือ โครงการ MMP จุฬาฯ เริ่มเปิดอบรมรุ่นแรกเมื่อวันที่  18  มิถุนายน  พ.ศ.  2527  โครงการนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของคณะผู้บริหาร นำโดย  ร.ศ. สุธี เอกะหิตานนท์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ในขณะนั้น ที่เล็งเห็นว่า ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารขององค์กรทุกแห่ง ประกอบกับการดำเนินธุรกิจปัจจุบันอยู่ท่ามกลางภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและแนวคิดทางการบริหารธุรกิจมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสมัยใหม่  ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจและการเงินผู้บริหารในองค์กรต่าง ๆ จึงต้องมีการปรับกระบวนยุทธที่จะนำมาใช้กับการบริหารที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีความรู้ทั้งด้านวิชาการที่ทันสมัย ต้องแสวงหาความรู้ทั้งด้านวิชาการที่ทันสมัย ต้องแสวงหาประสบการณ์เป็นกรณีศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมรับกับปัญหาและฟันฝ่าภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้น สู่โอกาสและช่องทางใหม่  เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้กับธุรกิจที่พร้อมจะก้าวสู่ความเติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงในอนาคต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เล็งเห็นถึงศักยภาพของตนเองที่จะเสริมสร้างความรู้ให้แก่บุคคลเหล่านี้ จึงได้จัดทำหลักสูตรเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ขึ้น เพื่อเสริมสร้างผู้บริหารในระดับต่าง ๆ ให้มีความรู้ที่ทันสมัยเป็นผู้บริหารยุคใหม่ที่ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้พัฒนาปรับปรุงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุคสมัย

โครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ เป็นโครงการบริการทางวิชาการระยะยาวโครงการแรกของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ที่มีความสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ เป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ร่วมสมัยที่สมบูรณ์ครบทุกด้าน เป็นการผสมผสานศักยภาพทางวิชาการของคณาจารย์เข้ากับประสบการณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีจุดมุ่งหมายในการผลิตผู้จัดการยุคใหม่ที่มีความรู้ร่วมสมัย มีศักยภาพที่จะบริหารงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม และความพร้อมทางด้านอารมณ์ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและองค์กรทุกประเภท

หลักสูตร  “เสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่”

เนื่องจากหลักสูตรเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ เน้นในเรื่องความร่วมสมัย ในแต่ละปี จึงมีการพัฒนาปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความเข้มข้นและก้าวทันกับภาวการณ์ของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปปัจจุบันทางโครงการได้กำหนดหัวข้อการอบรมให้ครอบคลุมการบริหารธุรกิจในด้านต่าง ๆ รวมทั้งสาระอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร ดังต่อไปนี้

  1. ยุทธศาสตร์การจัดการเชิงระบบ  การเสริมสร้างแนวคิดและทักษะในการบริหารเพื่อให้ผู้บริหารได้เข้าใจองค์กรในเชิงระบบ การจัดองค์กรและการเลือกใช้กลยุทธ์อย่างเหมาะสม ตลอดจนการวางตนในฐานะผู้นำและประสานผลประโยชน์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  2. เศรษฐศาสตร์เพื่อการบริหาร  ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ จัดว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ การเรียนรู้ทางด้านนี้ทำให้ผู้บริหารสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานบริหารธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ฐานะและนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างพื้นฐานเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลสภาพแวดล้อมทางเศรษฐศาสตร์ทั้งภายในและภายนอกประเทศที่มีต่อการวางแผนและการดำเนินธุรกิจ
  3. กฎหมายและภาษีอากร  ในการดำเนินธุรกิจ ผู้บิหารจำเป็นต้องทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ทางกฎหมาย ที่เป็นระเบียบของสังคม และความรับผิดชอบทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความระมัดระวัง ไม่กระทำความผิดโดยรู้ไม่ถึงการณ์ นอกจากนั้น ผู้บริหารต้องทราบถึงหน้าที่ในการเสียภาษีอากรและการวางแผนภาษี เพื่อให้เสียภาษีได้อย่างประหยัดและถูกต้องตามข้อกฎหมาย
  4. การบัญชีเพื่อการบริหาร  หน้าที่สำคัญของผู้บริหารคือการวางแผนและควบคุม การที่จะทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางการเงินของกิจการเป็นเครื่องช่วยในการวางแผนและควบคุมเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ในฐานะที่เป็นผู้บริหาร ผู้เข้าอบรมควรมีความเข้าใจถึงที่มา ความสำคัญ และความหมาย ของงบการเงิน ที่แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานของธุรกิจ รวมทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลทางการบัญชี การควบคุมรายได้ และค่าใช้จ่าย
  5. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารธุรกิจใหม่   เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจมีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน นับวันการแข่งขันทางธุรกิจยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ข้อมูลสารสนเทศขององค์กรธุรกิจทีมีความถูกต้องและรวดเร็วจะทำให้ธุรกิจสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงได้อย่างเหมาะสม
  6. การจัดการด้านการดำเนินงานและการผลิต  หลักการและเทคนิคใหม่ ๆ เป็นสิ่งจำเป็นในการจัดการด้านการดำเนินงานและการผลิต ทั้งในองค์กรภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และองค์กรรู้แบบอื่น ๆ เพราะจะสร้างความได้เปรียบในการเข่งขัน ทั้งนี้ หลักการและเทคนิคใหม่ ๆ จะต้องสอดคล้องกับระบบอื่น ๆ ของการจัดการทางธุรกิจ
  7. การบริหารทรัพยากรมนุษย์  ทรัพยากรมนุษย์มีคุณค่ายิ่งต่อองค์กร เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปัจจัยอื่น ๆ ทำหน้าที่ได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การวางแผนและการจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นเรื่องที่ผู้บิหารจะต้องศึกษาให้เข้าใจ และนำไปปรับใช้ให้เกิดความสัมฤทธิ์ผลในการจัดการธุรกิจและองค์กรของตน
  8. กลยุทธ์ด้านการตลาด  การที่จะเป็นผู้นำทางการตลาดทั้งในปัจจุบันและอนาคตนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความรอบรู้ในหลักวิชาและประสบการณ์เกี่ยวกับงานการตลาด การศึกษากลยุทธ์ด้านการตลาด เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารการตลาด ซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความพร้อมให้แก่ผู้บริหารยุคใหม่ และสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะก่อให้เกิดความก้าวหน้าอย่างมีระบบในองค์กรของตนเองได้
  9. ยุทธศาสตร์การเงิน  ความรู้ความเข้าใจและหลักปฏิบัติทางด้านบริหารการเงิน มีความสำคัญต่อนักบริหารยุคใหม่ โดยมุ่งที่จะให้วิเคราะห์ วางแผน และติดตามผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าใจหลักการบริหารสินทรัพย์ การตัดสินใจลงทุน การพิจารณาแหล่งที่มาของเงินทุน เทคนิคการจัดหาเงินทุน และการขอกู้เงินทุนจากสถาบันการเงิน การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ตลอดจนการบริหารการเงินระหว่างประเทศ
  10. การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีโอกาสเรียบรู้ภาคทฤษฎีและฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ โดยใช้กรณีศึกษา สถานการณ์จำลอง ห้องปฏิบัติการทางการจัดการ (Management Cockpit) ห้องปฏิบัติการทางการเงิน (Financial Lab) และเกมธุรกิจ ผู้เข้าอบรมจะต้องมีการระดมสมอง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน ฝึกการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์จำลอง การใช้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ กาสรทำงานเป็นทีม เป็นต้อน เป็นการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่วิทยากรนำเสนอให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  11. สาระน่ารู้อื่น ๆ



View My Stats