Finance โดยธนประเสริฐ สมิทธิเนตย์
MMP Finance
โดยธนประเสริฐ สมิทธิเนตย์
หลังจากที่ประเทศไทยได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง ก็มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาชุดแรก เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551 จากการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสรุปสาระสำคัญ โดยย่อได้ ดังนี้
1. มาตรการภาษีเพื่อเพิ่มรายได้และส่งเสริมการออมภาคครัวเรือน
1. ปรับเพิ่มการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จาก 100,000 บาท เป็น 150,000 บาท
2. ปรับเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต จาก 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท
3. ปรับเพิ่มวงเงินหักลดหย่อน RMF และ LTF จากเดิม 300,000 บาท เป็น 500,000 บาท
4. เพิ่มการหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูคู่สมรส บิดา มารดา บุตร ที่พิการ 30,000 บาทต่อคน
2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุน SME
1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแก่ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ที่มีเงินได้พึงประเมินไม่เกิน 1,200,000 บาท ต่อปี (มีผลปี 2551-2553)
2. ปรับปรุงอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน โดยยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท และกำไรสุทธิส่วนที่เหลือจัดเก็บแบบอัตราก้าวหน้าในอัตราเดิม
3. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ (มีผล 1 ปี นับจากวันที่กฏหมายมีผลบังคับ)
1. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน
1. การโอน : จาก 2% ลดเหลือ 0.01%
2. การจำนอง : จาก 1% ลดเหลือ 0.01%
2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ จาก 3.3% ลดเหลือ 0.11% (รวมภาษีท้องถิ่นด้วย)
4. มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ (มีผล 3 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน)
• ลดภาษีเงินได้ของบริษัทที่นำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ (ขอจด 1 ม.ค. 51 – 31 ธ.ค. 51 และรับการจดภายใน 31 ธ.ค. 52)
1. ตลาด MAI : จาก 30% เหลือ 20%
2. ตลาด SET : จาก 30% เหลือ 25%
• ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
1. ตลาด MAI : จาก 30% เหลือ 20% (เฉพาะกำไรสุทธิที่ไม่เกิน 20 ล้าน)
2. ตลาด SET : จาก 30% เหลือ 25% (เฉพาะกำไรสุทธิที่ไม่เกิน 300 ล้าน)
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2551 มีปัจจัยบวกหลายอย่าง ซึ่งได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในเมกกะโปรเจ็กต์และแนวโน้มที่จะใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ย ทรงตัว หรือปรับลดเล็กน้อย แต่ก็ยังต้องระมัดระวังกับปัจจัยลบ อันได้แก่ เสถียรภาพรัฐบาลปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราค่าครองชีพที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทแข็งค่า เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่นักบริหารต้องคำนึงถึงในการจัดการธุรกิจตลอดปี 2551
จาก : MMP Magazine ฉบับที่ 3



