MMP Travel
สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิก เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เผลอแป็ปเดียว ปีใหม่ก็ผ่านพ้นไปแล้ว ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขตลอดปีนี้นะคะ ตอนนี้จะย่างเข้าเดือนเมษายน เป็นเดือนที่บางท่านเรียกว่า “เมษาฯ พาชุ่มฉ่ำ” ใช่ค่ะ นั่นคือ วันสงกรานต์ ของไทยนั้นเอง นึกถึงสมัยตอนเด็ก พอวันสงกรานต์ทีไร ดิฉันก็จะดีใจที่จะได้เล่นสาดน้ำ
เดินถือถังน้ำไปหน้าบ้าน สาดใส่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาตามประสาเด็ก แต่ในปัจจุบันพอโตขึ้น ดิฉันก็นึกสงสัยว่า ประวัติวันสงกรานต์เป็นมาอย่างไร ทำไมต้องเป็นวันที่ 13 เมษา ทำไมเราต้องสาดน้ำกัน หรือทำไมจะต้องมีการไปรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ในวันนั้น
คำว่า “สงกรานต์” หมายความว่า “ก้าวขึ้น หรือ ย่างขึ้น” นั้นก็คือ การที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งกษัตริย์สิงทศแห่งพม่า ได้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1811 และในปีแรกที่กำหนด จะตรงกับวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเกิดขึ้นประจำทุกปี ถือว่าเป็นการเปลี่ยนจุลศักราชใหม่และจัดว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ แต่เดิมประเทศไทยใช้จุลศักราช จึงถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยด้วย ส่วนประเทศในแถบเขตร้อน จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นของฤดูร้อนด้วย เว้นจากการทำการเกษตร อีกทั้งฤดูหนาวเย็นได้ผ่านพ้นไปค่ะ
วันสงกรานต์ มีทั้งหมด 3 วัน คือ ในวันที่ 13 เมษายน จะถือว่าเป็นวัน “มหาสงกรานต์” หรือ เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ส่วนในวันที่ 14 เมษายน จะเรียกว่าเป็น “วันเนา” หรือ “วันกลาง” หมายถึงวันที่ถัดจากวันสงกรานต์ มา 1 วัน คือวันที่ดวงอาทิตย์ เข้าสู่ราศีเมษ เรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดการละเล่น เฉลิมฉลองและการแสดงทางวัฒนธรรม หรือ การเล่นสาดน้ำให้เย็นใจ ส่วนสุดท้าย วันที่ 15 เมษายน จะเป็นวัน “เถลิงศก” หมายถึงวันขึ้นศักราชใหม่ จะมีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ขอขมาลาโทษ และ สรงน้ำพระพุทธรูปเป็นศิริมงคล
ในประเทศไทย แต่ละจังหวัด ก็จะจัดงานรื่นเริง ครั้งหนึ่ง ดิฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถือว่า จังหวัดนี้รักษาขนมธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา ดิฉันได้เห็น ขบวนแห่รถบุพผาชาติ และ การรดน้ำพระพุทธรูป การเล่นสาดน้ำของผู้คน เป็นที่มีความสุข และสนุกสนานมากค่ะ และในวันสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ ดิฉันขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข สดชื่น เย็นใจ หมายสายน้ำที่สาดเข้าหากันนะคะ ถึงกระนั้น ถ้าท่านจะเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือ ทำบุญ ในกรุงเทพฯ ก็ขอให้เดินทางด้วยความระมัดระวังด้วยค่ะ
จาก : MMP Magazine ฉบับที่ 3



